นาฬิกา

 
นาฬิกา เป็นเครื่องมือสำหรับใช้บอกเวลา โดยมากจะมีรอบเวลา 12 ชั่วโมง หรือ 24 ชั่วโมง สำหรับนาฬิกาทั่วไป มีเครื่องหมายบอกชั่วโมง นาที หรือวินาที เครื่องมือสำหรับจับเวลาระยะสั้นๆ เรียกว่านาฬิกาจับ ลักษณะนามของนาฬิกา เรียกว่า “ เรือน” แต่ก็มีนาฬิกาแบบอื่นๆ ซึ่งใช้บอกอีก เช่น นาฬิกาทราย ใช้จับเวลา, นาฬิกากะลา เป็นกะลาเจาะรูใช้จับเวลา โดยการลอยในน้ำ จนกว่าจะจมก็ถือว่าหมดเวลา, นาฬิกาแดด เป็นการตั้งเครื่องมือเพื่อให้สังเกตการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ โดยดูจากเงาของเครื่องมือ บางครั้งเราก็มีการบอกเวลาโดยใช้เครื่องมืออื่น ซึ่งไม่ได้เรียกว่าเป็น นาฬิกา เช่น การตีกลองบอกเวลาเพล ของพระสงฆ์, การตีฆ้องบอกเวลาของแขกยาม หรือการยิงปืนบอกเวลา เป็นต้น
 

 

ความเป็นมาของนาฬิกา ไม่ปรากฏวันเวลาที่แน่นอนว่า การประดิษฐ์อุปกรณ์บอกเวลาเรือนแรกเกิดขึ้นเมื่อใด แต่จุดกำเนิดของเครื่องบอกเวลานั้นนับย้อนกลับไปได้ถึงหาหรือหกพันปีก่อน เมื่อมีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ชาวอีหยิบเมื่อ ๓๕๐๐ ปีก่อนคริสตกาลมีอุปกรณ์บอกกเวลาในรูปของแท่งหินสูงสี่เหลี่ยมยอดปิระมิด ซึ่งจะทอดเงาลงทรายบอกเวลาที่ผ่านไป และอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นนาฬิกาเรือนแรกของโลก

 

ลักษณะของนาฬิกาแดด

 

ในหนึ่งปีมีเพียงสี่ครั้งเท่านั้นที่เวลาของนาฬิกาแดดจะตรงกับเวลาของนาฬิกาสมัยใหม่

ยังไม่มีการใช้คำว่านาฬิกา(Clock) จนกระทั่งศตวรรษที่สิบสี่ ความหมายของนาฬิกาในยุคนั้นยังไม่ใช่ความหมายที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน แต่หมายถึง ระฆัง ( bell) หรือเครื่องส่งสัญญาณเตือนภัย ( alarm)

(ซ้าย) นาฬิกาแดดที่ตั้งอยู่บริเวณการกีฬาแห่งประเทศไทย
 
 

นาฬิกาน้ำเป็นอีกหนึ่งวิธีที่คนโบราณใช้ดูเวลา โดยมีหลักการง่ายๆ คือ ปล่อยน้ำให้หยดลงในภาชนะซึ่งจะ ค่อยๆ ทำให้ทุ่นที่อยู่ข้างในลอยขึ้นไปตามขีดบอกเวลา นาฬิกาเรือนที่ เก่าแก่ที่สุดค้นพบในสุสานของฟาโรห์อเมนโฮ เทปที่ 1 (Amenhotep I)
 
 
 

 

ลักษณะของนาฬิกาน้ำ อดีต

 

ลักษณะของนาฬิกาน้ำ

 

นาฬิกาเรือนแรกที่มีตัวเกาะฟันเฟือง (Escapements) ยังไม่เกิดขึ้นจนกระทั่งปี ๑๒๘๔ ตัวเกาะฟันเฟืองคือ กลไกการเคลื่อนที่ด้วยจังหวะสม่ำเสมอและผลักเฟืองให้ไปข้างหน้าด้วยอัตราที่เท่ากัน

หอนาฬิกาบอกเวลาแห่งแรกเกิดขึ้นที่เมืองมิลานเมื่อราว ค.ศ.๑๓๓๕
เป็นนาฬิกาที่มีเข็มเพียงอันเดียวคือ เข็มชั่วโมง ความเที่ยงตรงของเวลาที่บอกยังไม่สม่ำเสมอ
 
 

ในปี ๑๕๑๐ การประดิษฐ์นาฬิกาจึงได้รับการปรับปรุงโดยชาวเยอรมัน ปีเตอร์ เฮนเรียน แห่งนูเรมเบิก (Peter Henlien of Nuremberg) ซึ่งคิดค้นนาฬิกาที่ใช้ลวดสปริง แม้นาฬิกาจะมีความเที่ยงตรงมากขึ้น
แต่ก็ยังมีปัญหาเดินช้าลงเมื่อ ลวดสปริงเส้นหลัก (mainspring) คลายตัวออก

รูปแบบของนาฬิกาได้รับการปรับปรุงโดย จาคอป เซค (Jacob Zech) แห่งปราก ซึ่งใช้ลูกรอกขดลวดมาถ่วงให้แรงดึงของลวดสปริงมีสมดุลแม้จะพยายามเพิ่มความเที่ยงตรงให้กับอุปกรณ์บอกเวลา แต่นาฬิกาก็ยังทำงานด้วยเข็มเพียงเข็มเดียว
 

ในปี ๑๕๗๗ ช่างนาฬิกาชาวสวิตเซอร์แลนด์ โจสท์เบอร์จี (Jost Burgi ค.ศ. ๑๕๖๔-๑๖๔๒) ประดิษฐ์นาฬิกาที่มีเข็มนาทีเรือนแรกขึ้น แต่เข็มนาทีนี้ยังใช้งานจริงไม่ได้ กระทั่ง มีการคิดค้นนาฬิกาที่ทำงานด้วยระบบลูกตุ้มขึ้นในปี ๑๖๕๖

ต้นทศวรรษที่ ๑๕๘๐ กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei ค.ศ. ๑๕๖๔-๑๖๔๒) สังเกตการแกว่งของตะเกียง เขาพบว่าการแกว่งครบรอบของตะเกียงแต่ละครั้งใช้เวลาเท่ากันเสมอ ไม่ว่าจะแกว่งมากหรือน้อยเพียงใด เกิดแรงบันดาลใจจะประดิษฐ์นาฬิกาลูกตุ้มเรือนรกขึ้นหลังพบว่าจังหวะการแกว่งของลูกตุ้มจะเท่ากับจำนวนของเวลาเสมอ เขากับลูกชาย วินเซนโซ (Vincenzo ค.ศ. ๑๕๒๐-๑๕๙๑)เริ่มออกแบบและหาแม่แบบซึ่งเหมาะสมที่สุดโดยยึดหลักการดังกล่าวเป็นหลัก แต่ยังไม่ทันจะได้สร้างนาฬิกาตามแบบที่คิดไว้ กาลิเลโอ กลับล้มป่วยและเสียชีวิตลง อย่างไรก็ตาม ลูกชายของก็ได้ ประดิษฐ์ผลงานต้นแบบขึ้นในปี ๑๖๔๙

แนวคิดของกาลิเลโอ ได้รับการพัฒนาให้สมบูรณ์ในปี ๑๖๕๖ โดยนักคณิตศาสตร์ชาวดัตช์ ผู้ประดิษฐ์ นาฬิกาลูกตุ้มถ่วงน้ำหนักให้เข็มเดินขึ้นเป็นเรือนแรก แม้นาฬิกาจะทำงานด้วยระบบเข็มเดียว แต่พอปี ๑๖๘๐ เข็มนาทีก็ปรากฏกายขึ้นบนหน้าปัดนาฬิกา

 

นาฬิกาลูกตุ้ม

 

ในปี ๑๘๘๙ ซีกมุนด์ รีเฟอร์ (Siegmund Riefler) ได้สร้าง นาฬิกาลูกตุ้มที่มีความเที่ยงตรงภายในหนึ่งส่วนร้อยของวินาที ก่อให้เกิดการประดิษฐ์ นาฬิกาที่ใช้ลูกตุ้มสองอันตามมาติดๆ ในปี ๑๙๒๑ โดย ดับเบิลยู. เอช. ช็อตต์ (W. H. Short) นาฬิกานี้ทำงานโดยลูกตุ้มหลักกับลูกตุ้มรอง มีความคาดเคลื่อนเพียงเศษหนึ่งส่วนพันวินาทีต่อวัน

ขณะที่นาฬิกา ควอตซ์ (Quartz) เริ่มเข้ามาแทนที่นาฬิกาลูกตุ้มในช่วงที่ ทศวรรษที่ ๑๙๓๐ และ ๑๙๔๐ แต่ก็ยังมีการใช้นาฬิกาลูกตุ้มอยู่ในปัจจุบัน

แม้จะยังได้รับความนิยมอยู่เป็นจำนวนมากในปัจจุบันนี้ แต่ความเที่ยงตรงอันโดดเด่นของนาฬิกาควอตซ์ก็ตกเป็นรองนาฬกา ปรมาณู (Atomic clock) ซึ่งมีความเที่ยงตรงสูงมากไปเสียแล้ว

 

 
ผู้เขียนบทความ :
ปรเมษฐ์
 
 
Date :
16 / 10 / 2006
 
 
หากท่านเห็นว่าข้อมูลในเว็บไซต์นี้เป็นประโยชน์และต้องการนำไปเผยแพร่ให้ความรู้แก่บุคคลทั่วไปโปรดบอกด้วยครับว่าได้ข้อมูลมาจาก
"http://www.lungjaidee.com"
ติดต่อผู้เขียน e-mail : webmaster@lungjaidee.com